อัมห์ดาบัด Ahmedabad

ความสำคัญของเมืองนี้ ทั้งเป็นบ้านของมหาตมะคานธี มหาบุรุษของประเทศอินเดีย ผู้ที่นำพาอินเดียหลุดพ้นจากการครอบครองของอังกฤษด้วยวิถีอหิงสา ยังเป็นศูนย์กลางความเจริญ เมืองนี้เมื่อออกจากสนามบินเข้ามาถึงเมืองก็สามารถสัมผัสได้กับความทันสมัย บ้านเมืองสะอาดสะอ้าน มีแม่น้ำSabarmatiกลางเมือง บรรยากาศไม่เหมือนอินเดีย ห้างสรรพสินค้าใหญ่ทันสมัย แต่ขณะเดียวกันย่านเมืองเก่าได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การUNESCO การมาเที่ยวที่เมืองนี้ต้องห้ามพลาดชิมอาหารพื้นเมืองของกุจราช ทั้งFafda , Jalebi, Khaman ทั้งหมดหาชิมได้เป็นstreet food หรือตามตลาดlocalอย่างManek Chawk

อาศรมมหาตมะคานธี Sabarmati Ashram

สถานที่เป็นบ้านของท่านที่เปิดให้เข้าชมความเป็นอยู่ของท่านที่ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย และส่วนที่เป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงประวัติการต่อสู้เรียกร้องอิสรภาพให้อินเดียจากอังกฤษ รวมไปถึงจดหมายที่เขียนด้วยลายมือของท่านเอง เครื่องปั่นฝ้ายที่ท่านใช้ในการทอเสื้อผ้าใช้เอง เป็นสัญลักษณ์ให้คนอินเดียเลิกใช้ของของอังกฤษ เป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้

อะดาลัจ บ่อน้ำขั้นบันได Adalaj Stepwell

บ่อน้ำแบบขั้นบัยได สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1499 โดยราชินี Rudabai เป็นบ่อน้ำทรงหกเหลี่ยม สร้างจากหินทราย มีความลึกลงไปใต้ดิน 5 ชั้น ความโดดเด่นของบ่อน้ำแห่งนี้คือ ทางเข้าขั้นบันไดสามระดับ ที่จะไล่ระดับลงสู่สระน้ำด้านล่าง ตามชั้นต่างๆ ของบ่อน้ำ จะตกแต่งด้วยภาพสลักทั้งในแบบฮินดูและอิสลาม เป็นสถาปัตยกรรมอินโดอิสลาม ประวัติที่น่าสนใจเริ่มก่อสร้างโดยKing Rana Veer Singhซึ่งเป็นฮินดู แต่ขณะที่ยังสร้างไม่เสร็จ ต้องออกไปสู้รบกับ King Mehmud Begada ซึ่งเป็นมุสลิม และถูกฆ่าตายในสนามรบ ต่อมากษัตริย์ผู้ชนะหลงรักราชินี Rudubai ภรรยาผู้ต้องเป็นหม้ายของKing Rana Veer นางจึงยอมตกลโดยมีเงื่อนไขว่าต้องสร้างบ่อน้ำนี้ต่อให้เสร็จ แต่เมื่อสร้างเสร็จนางกระโดดลงไปในบ่อน้ำปลิดชีวิตตัวเอง นี่คือเหตุผลที่สถาปัตยกรรมกของบ่อน้ำนี้ผสมผสานระหว่างฮินดูและมุสลิม

ซิดดิ ซาเอ็ด Siddi Sayyed Mosque

มัสยิดขนาดเล็กตั้งอยู่ใกล้กับประตู Khanpur มีชื่อเสียงที่สุดในอัห์มดาบาด เพราะไฮไลต์ของที่นี่คือบานหน้าต่างรูปครึ่งวงกลมที่อยู่ด้านบน เป็นหน้าต่างที่ทำจากหิน แต่ฉลุลวดลายละเอียดงดงามเหมือนลูกไม้ โดยลวดลายบนหน้าต่างเป็นภาพต้นไม้แห่งชีวิต Tree of Life ซึ่งภาพนี้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองอัห์มดาบาดด้วย สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1573 โดย Sidi Saiyyed ทาสของสุลต่านอาห์เหม็ดชาห์

จามามัสยิด Jama Masjid

ถือเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่สวยงามสร้างขึ้นในปี 1424 มัสยิดแห่งนี้ประกอบด้วยลานเปิดโล่งขนาดใหญ่ประตูโค้งและเสา ถึง300ต้นรองรับโดม 15 โดม สถาปัตยกรรมนี้ทำด้วยหินทรายสีเหลืองเป็นการผสมผสานระหว่างสไตล์ฮินดูและมุสลิม

Calico Museum

เป็นแหล่งรวมคอลเล็กชั่นสิ่งทอของอินเดียได้รับการยกย่องว่าเป็นที่ที่ดีที่สุดและครอบคลุมที่สุดในโลก บันทึกประวัติความเป็นมาของสิ่งทอในประเทศ พิพิธภัณฑ์ Calico เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการศึกษาข้อมูล

ซากาจ โรซ่า Sarkhaj Roza

เป็นมัสยิดสุสานและพระราชวังที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงนักบุญที่มีชื่อเสียง ตัวอาคารสวยงาม ประกอบด้วยโถงสวดมนต์อันยิ่งใหญ่และโดม มักเป็นที่รู้จักกันในนามอะโครโพลิสของอาเมดาบัดเนื่องจากสถาปนิกชาวฝรั่งเศสเลอกอร์บูซีเยร์เปรียบเทียบการออกแบบที่มีชื่อเสียงของมัสยิดกับอะโครโพลิสที่เอเธนส์ในกรีซ

Swami Narayan Temple วัดสวามิ นารายัน

สร้างขึ้นในปี 1850 เป็นวัดแห่งแรกของนิกาย Swaminarayan เป็นสถาปัตยกรรมแบบ Maratha และ Jain รอบบริเวณจะประดับประดาไปด้วยรูปปั้นเทพเจ้าฮินดูสีสันสวยงามแกะจากไม้สักพม่า มีซุ้มประตูทางเข้าขนาดใหญ่สวยงามดึงดูดนักท่องเที่ยว มักใช้เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับprogram Heritage walk

บาดรา ฟอร์ท Bhadra Fort

ป้อมขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางเมือง ถือเป็นอีกหนึ่งโบราณสถานเก่าแก่ของอินเดียที่สวยงาม อังกฤษเคยยึด้อมนี้แล้วใช้เป็นคุกที่คุมขัง รอบๆตัวป้อมมีตลาดนัดที่เหล่าพ่อค้าแม่ค้าชาวอินเดียขนของมาขายอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เสื้อผ้าและเครื่องประดับแบบอินเดีย ให้คุณได้เดินชมและซื้อของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้านได้อีกด้วย

ราณี คีวาฟ บ่อน้ำขั้นบันได Rani Ki Vav Stepwell

บ่อน้ำนี้ต้องออกไปนอกเมืองประมาณ120กม.ถึงแม้จะอยู่ต่างเมืองแต่เนื่องจากมีความสำคัญได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลก จึงห้ามพลาดที่จะต้องไปชมหากมาถึงเมืองอาห์เมดาบัดแล้ว ตั้งอยู่บนฝั่งของแม่น้ำสรัสวดีเสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 11 รูปแบบสถาปัตยกรรม Maru-Gurjara ออกแบบเป็นวิหารคว่ำแบ่งออกเป็นบันไดเจ็ดระดับที่มีประติมากรรมมากกว่า 500 ชิ้น ระดับที่สี่คือระดับที่ลึกที่สุดและนำไปสู่ถังสี่เหลี่ยม 9.5 เมตรคูณ 9.4 เมตรที่ระดับความลึก 23 เมตร บ่อน้ำตั้งอยู่ที่ปลายสุดด้านตะวันตก

Sun Temple

กาารเดินทางไปยังSun Temple สามารถจัดไว้เส้นทางเดียวกับAdalaj Stepwell วิหารสุริยเทพแห่งโมห์เดร ภายในวิหารจะประกอบด้วยสามส่วนคือ Gudhamandapa เป็นส่วนที่ประดิษฐานของเทพเจ้า Sabhamandapa เป็นส่วนที่จัดแสดงการร้องรำเพื่อถวายแด่เทพเจ้า และ Kunda หมายถึงสระเก็บน้ำศักดิ์สิทธิ์